ขับแท็กซี่ หารายได้เสริม เริ่มต้นอย่างไรดี ?

     ขับ แท็กซี่ หารายได้เสริม อยากเริ่มต้นขับแท็กซี่ ควรรู้อะไรบ้าง ต้องมีใบขับขี่สาธารณะหรือเปล่า ใครกำลังมองหาอาชีพเสริม มาดูกัน​

TAXI_5

ภาพจาก ferdyboy / Shutterstock.com

          รายได้ จากงาน ประจำ หรืองานอื่น เพียงอย่างเดียวอาจ จะไม่เพียงพอแล้ว สำหรับ การใช้ชีวิตในยุคนี้ ทำให้หลาย คนต้องมองหาอาชีพเสริม เพื่อ เพิ่มเงินในกระเป๋าให้ตัวเอง..“ขับแท็กซี่” ก็เป็นอีกหนึ่งอาชีพเสริม ที่หลายคนให้ความสนใจ และหันมาทำกันมาก ขึ้นในปัจจุบัน เพราะ สามารถ ทำคู่กับงานประจำได้ หรือ ถ้าใครเปิดร้านขายของเวลากลางวัน และอยากจะไปขับแท็กซี่ช่วงกลางคืน ก็สามารถทำได้เช่นกัน ซึ่ง ใครที่กำลังคิดจะหาราย ได้จากการ ขับแท็กซี่อ ยู่ละก็ มาดูกันว่าถ้าอยากเริ่มต้น ทำอาชีพนี้ ต้องรู้อะไรบ้าง

เริ่มขับแท็กซี่ หารายได้เสริม ต้องทำอย่างไร

1. ทำใบขับขี่สาธารณะ

          ก่อนจะ ขับแท็กซี่ ได้เราต้องมีใบขับขี่สาธารณะ (รถแท็กซี่) ก่อน ซึ่งสามารถ ขอได้ที่ กรมการขนส่งทางบก เช่นเดียว กับใบขับขี่รถยนต์ส่วนบุคคล โดยจะต้องผ่านการทดสอบ สมรรถภาพร่างกาย เช่น ทดสอบสายตา ปฏิกิริยาเท้า อบรม 5 ชั่วโมง และทดสอบภาคทฤษฎี (ข้อเขียน) ซึ่งผู้ที่จะขอรับใบขับขี่ประเภทนี้ต้อง มี ใบขับขี่ รถยนต์ส่วนบุคคล มาแล้ว ไม่น้อยกว่า 1 ปี ส่วนคุณสมบัติอื่น ๆ เพิ่มเติม ตรวจสอบได้ที่ เว็บไซต์กรมการขนส่งทางบก 

          เอกสารที่ใช้ยื่นขอใบขับขี่สาธารณะ มีดังต่อไปนี้

 

          1. ใบขับขี่รถยนต์ส่วนบุคคลชั่วคราว ที่ได้รับมาแล้วไม่น้อยกว่า 1 ปี พร้อมสำเนา
          2. บัตรประชาชนฉบับจริง พร้อมสำเนา
          3. สำเนาทะเบียนบ้าน
          4. ใบรับรองแพทย์แสดงว่าผู้ขอไม่มี โรคประจำตัวอันอาจเป็นอันตราย ขณะขับรถ และ ไม่เป็นบุคคล วิกลจริต หรือ จิตฟั่นเฟือน โดยต้องออกก่อนวันยื่นคำขอไม่เกิน 1 เดือน
          5. หลักฐานการรับรอง ซึ่งแสดง ว่าผ่านการ อบรม และ จบหลักสูตรการ อบรม จากกรมการขนส่งทางบก หรือ โรงเรียนสอนขับรถที่ กรมการขนส่งทางบก รับรองตามกฎหมาย ว่าด้วยการขนส่งทางบก (ถ้ามี)

* ขับแท็กซี่ไม่มีใบขับขี่สาธารณะได้ไหม

          คำตอบคือ ไม่ได้ ซึ่งหากพบกระทำ ความผิด ขับแท็กซี่ โดยไม่มีใบขับขี่สาธารณะ จะมีโทษปรับ ไม่เกิน 1,000 บาท จำคุกไม่เกิน 1 เดือน หรือ ทั้งจำ ทั้งปรับ 
TAXI_4

ภาพจาก Naypong Studio / Shutterstock.com

2. เช่ารถแท็กซี่

          สำหรับใครที่จะ ขับแท็กซี่ เป็นรายได้เสริม การเช่ารถ น่าจะเป็น ทางเลือก ที่ดี กว่าซื้อรถเป็นของตัวเอง เพราะไม่ต้อง ลงทุนสูง มีความ ยืดหยุ่น มากกว่า และสามารถ เลือก เช่าเฉพาะช่วงที่เราว่างมาขับได้ โดยค่าใช้จ่ายในการเช่ารถแท็กซี่ มีรายละเอียด ดังนี้
 
          – ค่าเช่า
          ราคา ค่าเช่า จะขึ้นอยู่กับรุ่นของรถ ยิ่งรุ่นใหม่ สภาพดี ค่าเช่าก็ยิ่งแพง โดยราคา เฉลี่ยจะอยู่ที่ประมาณ 400-700 บาทต่อกะ (12 ชั่วโมง) ส่วน ราคาควงกะทั้งวัน จะอยู่ที่ประมาณวันละ 600-1,200 บาท
 
          – ค่าประกันรถ
          การเช่ารถ เราจำเป็นต้องวางเงินประกันรถ กับอู่ที่ต้องการเช่าก่อน ซึ่งจะได้ เงินประกันคืนตอนยกเลิกสัญญาเช่ารถ โดยเงินประกันอยู่ที่ประมาณ 2,000-3,000 บาท 
 

          – ค่าเชื้อเพลิง
          ปกติการขับแท็กซี่จะนิยมเติมแก๊ส NGV เป็นหลัก เนื่องจากมีราคาที่ถูกกว่าน้ำมัน ซึ่งเฉลี่ยแล้วค่าแก๊สแต่ละวัน จะตกประมาณ 300-400 บาท ขึ้นอยู่ กับ ระยะทาง ที่ขับด้วย แต่หากเติมน้ำมัน ค่าใช้จ่ายก็จะพุ่งขึ้นไปเป็น เท่าตัวเลยทีเดียว

          เฉลี่ยแล้วค่าใช้จ่ายสำหรับการเช่าแท็กซี่ขับที่ยังไม่รวมค่ามัดจำรถ จะตกอยู่ที่ประมาณวันละ 700-1,200 บาท

3. ศึกษาเส้นทาง

          หากมี ใบขับขี่สาธารณะ และรถแท็กซี่ แล้ว อีกสิ่งที่สำคัญ ไม่แพ้กันก็คือ การศึกษา เรียนรู้ เส้นทางต่าง ๆ ให้แม่นก่อนออกไปขับรับลูกค้าจริง ๆ เพราะคงไม่ดีแน่ ๆ หากขับ ๆ อยู่แล้วพาผู้โดยสาร หลงทาง นั่นหมายถึง ว่าเสียทั้งเวลา และ เสียโอกาส ในการสร้าง รายได้อีกด้วย ดังนั้น การรู้เส้นทาง ก่อนออกไปขับจึงเป็นสิ่ง สำคัญมาก ๆ หรือ ใครที่ยังไม่มั่นใจก็อาจจะใช้แอปพลิเคชันแผนที่นำทางควบคู่ไปด้วยก็ได้

TAXI_2

ภาพจาก Christopher PB / Shutterstock.com

ขับแท็กซี่ให้ได้ลูกค้า มีเทคนิคอย่างไร

1. รู้ทางหลัก-ทางลัด

          การรู้เส้นทางถนนหลัก ถนนรองที่เชื่อมถึงกัน รวมถึงทางลัดตามตรอกซอกซอยต่าง ๆ ว่าออกทางไหน เข้าทางไหนทะลุไปถึงกันได้ เส้นไหนถึงจุดหมายได้อย่างรวดเร็วกว่า ก็จะช่วยให้เราหลีกเลี่ยงปัญหารถติด และสามารถรับลูกค้าได้มากขึ้น ซึ่งก็หมายถึงรายได้ต่อวันที่จะมากขึ้นตามไปด้วยนั่นเอง 

2. รู้เวลาและจุดรอผู้โดยสาร

          การขับรถตะลอนไปเรื่อย ๆ แบบไม่มีทิศทางเป็นสิ่งที่ไม่ควรทำเป็นอย่างยิ่ง เพราะนอกจะเปลืองค่าน้ำมันแล้ว โอกาสที่จะตีรถฟรีก็มีสูง เพราะฉะนั้น สิ่งสำคัญคือต้องรู้จักสังเกตว่าช่วงเวลาแบบนี้ ควรไปรอผู้โดยสารที่ตรงไหน หรือบริเวณนี้ผู้โดยสารมักจะรอเรียกรถที่ตรงไหน เช่น ช่วงเลิกงาน ที่จะมีลูกค้าเยอะบริเวณย่านออฟฟิศ หรือ ช่วงดึก ๆ สุดสัปดาห์ ที่ลูกค้าจะเยอะโซนแหล่งท่องเที่ยวยามค่ำคืน 
TAXI_3

ภาพจาก Phanuwat Yoksiri / Shutterstock.com

3. ปั๊ม NGV มีที่ไหนบ้างต้องรู้

          ถ้าจะขับแท็กซี่ให้มีเงินเหลือ สิ่งสำคัญคือเราต้องบริหารต้นทุนค่าเชื้อเพลิงให้ได้ ซึ่งการเติมแก๊ส NGV จะช่วยให้ประหยัดต้นทุนได้มากถึงเท่าตัว เมื่อเทียบกับการเติมน้ำมัน เพราะฉะนั้น คนขับจึงควรรู้ว่าปั๊ม NGV ตั้งอยู่จุดไหนบ้าง ก็จะช่วยให้การคุมต้นทุนในแต่ละวันง่ายยิ่งขึ้น

4. ภาษาอังกฤษสื่อสารให้ได้

          เวลาขับแท็กซี่นั้น เลี่ยงไม่ได้อยู่แล้วที่จะเจอกับผู้โดยสารต่างชาติ ซึ่งหากเราสามารถสื่อสารภาษาอังกฤษได้ หรือเข้าใจบทสนทนาพื้นฐาน ก็จะช่วยให้การรับ-ส่งผู้โดยสารต่างชาติราบรื่นมากขึ้น ไม่ต้องกลัวว่าจะคุยกันไม่เข้าใจ หมดปัญหาผู้โดยสารบอกจะไปที่นึงแต่กลับพาไปอีกที่นึง ทำให้เสียเวลาโดยใช่เรื่อง
TAXI_1
5. สมัครแอปพลิเคชันเรียกแท็กซี่

          เป็นตัวช่วยในการเพิ่มรายได้ของเหล่าโชเฟอร์แท็กซี่ในปัจจุบันก็ว่าได้ กับแอปพลิเคชันเรียกรถต่าง ๆ ที่มีหลากหลายแอปฯ ให้เลือกใช้ เพราะมีข้อดีตรงที่ไม่ต้องเสียเวลาวิ่งรถเปล่าเพื่อหาลูกค้า รอให้มีคนเรียกค่อยวิ่งรถออกไปรับได้เลย ซึ่งการใช้แอปฯ รับรองว่าช่วยให้เราคุมเวลาและต้นทุนเชื้อเพลิงได้ง่ายกว่าการตะลอนวิ่งหาลูกค้าแบบไม่รู้จุดหมายแน่ ๆ

6. ไม่ปฏิเสธผู้โดยสาร

          แท็กซี่หลายคันเลือกที่จะปฏิเสธผู้โดยสาร หากโดนเรียกให้ไปส่งในโซนรถติด แต่อยากแนะนำว่าหากใครคิดจะขับแท็กซี่เป็นอาชีพเสริมแล้ว การปฏิเสธผู้โดยสารไม่ควรทำเป็นอันขาด เพราะการรับผู้โดยสารไว้ก่อน ยังไงก็ดีกว่าการวิ่งตีรถเปล่าอยู่แล้ว อีกทั้ง การปฏิเสธผู้โดยสารยังมีโอกาสถูกตำรวจจับ เสียค่าปรับอีกด้วย โดยมีโทษปรับสูงสุดที่ 1,000 บาท และหากพบทำผิดเป็นครั้งที่ 2 จะถูกถอนใบอนุญาตทันที ซึ่งคงไม่คุ้มเอาซะเลยถ้าโดนจับขึ้นมา

          ใครที่ขับรถเก่ง ชำนาญเส้นทางหลายแห่ง และกำลังมองหาอาชีพเสริม เพิ่มรายได้ให้ตัวเองอยู่ ก็ลองนำข้อมูลของอาชีพขับแท็กซี่ไปลองพิจารณากันได้เลย