บริษัท มิตรสิบ ลิสซิ่ง จำกัด (มหาชน)​

นโยบายด้านการบริหารจัดการข้อมูลส่วนบุคคล

     บริษัท มิตรสิบ ลิสซิ่ง จำกัด ( มหาชน ) ตระหนักถึงความสำคัญของประเด็นการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล นโยบายนี้อธิบายถึงวิธีการที่บริษัทปฏิบัติต่อข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ทำธุรกรรมกับทางบริษัท รวมถึงข้อมูลส่วนบุคคลประเภทอื่น ๆ เช่น การเก็บรวบรวม การจัดเก็บรักษา การใช้ การเปิดเผย การถ่ายโอน และรวมถึงสิทธิต่าง ๆ เป็นต้น บริษัท ฯ จึงได้จัดทำนโยบายด้านการบริหารจัดการข้อมูลส่วนบุคคล ซึ่งครอบคลุมถึงวิธีการเก็บรวบรวม ใช้ เปิดเผย ถ่ายโอน และการจัดเก็บข้อมูลให้ถูกต้องตรงตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ 2562

นิยาม
1.บริษัท ฯ หมายถึง บริษัท มิตรสิบ ลิสซิ่ง จำกัด ( มหาชน )
2.ข้อมูลส่วนบุคคล หมายถึง ข้อมูลที่เกี่ยวกับบุคคลซึ่งทำให้สามารถระบุตัวบุคคลนั้นได้ ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม โดยแบ่งประเภทของข้อมูลส่วนบุคคล ออกเป็น 2 ประเภท ดังนี้
2.1 ข้อมูลส่วนบุคคลทั่วไป หมายถึง ชื่อนามสกุล เพศ วันเดือนปีเกิด อายุ สถานภาพ ที่อยู่อาศัย อาชีพ สถานทีทำงาน หมายเลขโทรศัพท์ หมายเลขโทรสาร อีเมล์ รูปถ่าย เบอร์โทรศัพท์ เลขที่บัตรประเภทต่าง ๆ และไม่รวมถึงข้อมูลเกี่ยวกับบุคคลผู้ที่ถึงแก่กรรมแล้ว
2.2 ข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหว หมายถึง ข้อมูลเกี่ยวกับสิ่งเฉพาะตัวของบุคคล เช่น เชื้อชาติ ศาสนา การศึกษา ฐานะการเงิน ลายนิ้วมือ ประวัติสุขภาพ ประวัติอาชญากรรม ประวัติการทำงาน ประวัติกิจกรรม หรือข้อมูลที่อาจเป็นผลร้ายทำให้เสียชื่อเสียงหรืออาจก่อให้เกิดความรู้สึกเกี่ยวกับการเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรม หรือไม่เท่าเทียมกัน
3. เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล หมายถึง บุคคลผู้เป็นเจ้าของข้อมูลนั้น ผู้แทนโดยชอบธรรม ผู้อนุบาล หรือผู้พิทักษ์ ของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล และให้หมายความรวมถึงคู่สมรสและทายาทโดยชอบธรรม หรือผู้รับผลประโยชน์ และไม่รวมถึงข้อมูลเกี่ยวกับบุคคลผู้ที่ถึงแก่กรรมแล้ว

วัตถุประสงค์
เพื่อให้การทำธุรกรรมกับทางบริษัทฯ มีความมั่นคง น่าเชื่อถือ และมีมาตรการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายประกาศกำหนด

การบังคับใช้
บังคับใช้กับพนักงานของบริษัทฯ และผู้รับจ้างหรือผู้ให้บริการภายนอกของบริษัท ฯที่ซึ่งสามารถเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลได้

การเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลอย่างจำกัด
บริษัท ฯ มีการจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคล ด้วยวิธีการตามกฎหมาย และเป็นธรรม โดยบริษัท ฯ จะจัดเก็บข้อมูลเท่าที่จำเป็นสำหรับการให้บริการของทางบริษัท ฯ ตามวัตถุประสงค์ในการดำเนินงานของบริษัท ฯ และตามที่กฎหมายกำหนดเท่านั้น โดยจะขอความยินยอมจากเจ้าของข้อมูล ผ่านช่องทางที่บริษัทกำหนด ก่อนทำการเก็บรวบรวม เว้นแต่เป็นกรณีที่กฎหมายกำหนด และหรือในกรณีตามที่กำหนดไว้ในนโยบายฉบับนี้ โดยบริษัท ฯ จะรักษาข้อมูลเหล่านั้นไว้เป็นความลับ

คุณภาพของข้อมูลส่วนบุคคล
บริษัท ฯ มีการจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ในการดำเนินงานตามภารกิจของบริษัท ฯ ซึ่งเป็นไปตามอำนาจหน้าที่ และวัตถุประสงค์ในการดำเนินงานของบริษัท ฯ ที่ได้กำหนดไว้โดยข้อมูลที่ได้ทำการจัดเก็บนั้น บริษัท ฯ จะให้ความสำคัญถึงความสมบูรณ์ และทำให้เป็นปัจจุบัน และทันสมัยอยู่เสมอ

การระบุวัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวมข้อมูล
บริษัท ฯ มีการรวบรวม จัดเก็บ ใช้ หรือเผยพร่ข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อวัตถุประสงค์ ดังนี้
1.เพื่อความสะดวกในการให้บริการของ บริษัท ฯ และสิทธิประโยนช์โดยชอบธรรมของเจ้าของข้อมูล
2.เพื่อสมัครสมาชิก หรือเพื่อยืนยันตัวตนของเจ้าของข้อมูลทำธุรกรรมกับทางบริษัทในช่องทางใดช่องทางหนึ่งของ บริษัท ฯ
3.เพื่อสำรวจความนิยมในการใช้บริการ อันจะเป็นประโยชน์ในการนำสถิติไปใช้ในการปรับปรุงคุณภาพในการให้บริการของ บริษัท ฯ
4.เพื่อประโยชน์ในการดำเนินการตามวัตถุประสงค์ของบริษัท ฯ ที่กำหนดไว้ในนโยบายและระเบียบปฎิบัติของบริษัท ฯ
5.เพื่อให้สอดคล้องกับกฎหมาย ประกาศ หรือคำสั่ง ที่เป็นข้อบังคับสำหรับการดำเนินงานใด ๆ ของบริษัท ฯ
6.เพื่อนำเสนอสินค้า หรือบริการผลิตภัณฑ์อื่น ๆ เพิ่มเติม เพื่อประโยชน์ของเจ้าของข้อมูล
หากภายหลังบริษัท ฯ เปลี่ยนแปลงวัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล บริษัท ฯ จะแจ้งให้เจ้าของข้อมูลทราบ และขอความยินยอมจากเจ้าของข้อมูล ผ่านทางช่องทางของบริษัท ฯ พร้อมทั้งจะประกาศไว้ใน เว็ปไซต์ทางการ ( WWW.MITSIB LEASING.COM ) และ ณ ที่ทำการของบริษัท ทั้งสำนักงานใหญ่ และสาขาทั่วประเทศไทยของบริษัท ฯ ไม่น้อยกว่า 30 วัน โดยบริษัท ฯ ได้มีการกำหนดให้มีการบันทึกการแก้ไขเพิ่มเติมไว้เป็นหลักฐานด้วย
ข้อจำกัดในการนำข้อมูลส่วนบุคคลไปใช้
บริษัท ฯ จะไม่เปิดเผย แสดง หรือทำให้ปรากฎในลักษณะอื่นใดที่ไม่สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ในการจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคล เว้นแต่ได้รับความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลโดยทำเป็นหนังสือให้ความยินยอมเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลเป็นลายลักษณ์อักษร หรือเป็นกรณีที่มีกฎหมายหรือคำสั่งศาลบังคับให้เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลได้

การรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคล
บริษัท ฯ มีการแต่งตั้งคณะกรรมการบริหารข้อมูลส่วนบุคคล ( Data Protection Officer : DPO ) เพื่อดำเนินการตรวจสอบการดำเนินการของบริษัทที่เกี่ยวกับการเก็บ รวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลให้สอดคล้องกับพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 รวมถึงกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล รวมถึงสร้างจิตสำนึกในการรับผิดชอบด้านการรักษาความปลอดภัยข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อให้เจ้าหน้าที่ของบริษัท ฯ ปฎิบัติตามอย่างเคร่งครัด และป้องกันมิให้ข้อมูลสูญหาย เข้าถึง ทำลาย ใช้ดัดแปลง แก้ไข หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยไม่ได้รับอนุญาต นอกจากนี้ คณะกรรมการบริษัทกำหนดระเบียบ คำสั่งให้ผู้ที่เกี่ยวข้องดำเนินการตามที่กำหนดไว้ เพื่อการดำเนินงานตามแนวนโยบายเกี่ยวกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย อีกทั้ง ยังเป็นไปตามนโยบายของคณะกรรมการกำกับการบริหารข้อมูลส่วนบุคคล และความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ของบริษัทที่กำหนด

การเปิดเผยเกี่ยวกับการดำเนินการ นโยบาย และแนวทางปฎิบัติด้านการบริหารจัดการความเป็นส่วนตัวและข้อมูลส่วนบุคคล
บริษัท ฯ จะเปิดเผยนโยบาย และแนวทางปฎิบัติด้านการบริหารจัดการความเป็นส่วนตัวและข้อมูลส่วนบุคคลให้แก่เจ้าของข้อมูลทราบ และหากมีการปรับปรุงแก้ไข บริษัทฯ จะดำเนินการเผยแพร่ทางเว็ปไซค์ของบริษัท ฯ หรือช่องทางอิเล็คทรอนิคส์ และเอกสารประกาศ ณ ที่ทำการของบริษัท ฯ สำนักงานใหญ่ และที่ทำการสาขา กรณีที่เจ้าของข้อมูลต้องการตรวจความมีอยู่ ลักษณะของข้อมูลส่วนบุคคล วัตถุประสงค์ของการนำข้อมูลไปใช้ สามารถขอตรวจดูได้ โดยติดต่อ ณ ที่ทำการของบริษัท ฯ

การมีส่วนร่วมของเจ้าของข้อมูล
บริษัท ฯ จะเปิดเผยรายละเอียดข้อมูลส่วนบุคคลต่อเมื่อได้รับคำร้องขอจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล โดยผู้ขอกรอกแบบคำร้องขอ และชี้แจงวัตถุประสงค์ของการนำไปใช้ ณ ที่ทำการของบริษัท ฯ โดยบริษัท ฯ จะดำเนินการให้เสร็จสิ้นภายในเวลา 30 วัน ตามนโยบายนี้ และในกรณีที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล มีการคัดค้านการจัดเก็บ ความถูกต้อง หรือการกระทำใด ๆ เช่น การแจ้งให้ดำเนินการปรับปรุงแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคล หรือลบข้อมูลส่วนบุคคล เป็นต้น บริษัท ฯ จะพิจารณาดำเนินการให้เหมาะสม และดำเนินการบันทึกคำคัดค้านดังกล่าวไว้เป็นหลักฐานด้วย

ความรับผิดชอบของบุคคลซึ่งทำหน้าที่ควบคุมข้อมูล
1.บริษัท ฯ จะใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูลเพียงเท่าที่จำเป็น ตามวัตถุประสงค์ในการจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคล ที่มีการระบุไว้ในนโยบายด้านการบริหารจัดการความเป็นส่วนตัวเทานั้น
2.บริษัท ฯ ขอรับรองว่าจะไม่นำข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูลที่ได้เก็บรวบรวมไว้ไปเปิดเผย แสดง หรือทำให้ปรากฎในลักษณะอื่นใดที่ไม่สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ในการจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคล เว้นแต่ได้รับความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลโดยทำหนังสือให้ความยินยอมเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลเป็นลายลักษณ์อักษร หรือเป็นกรณีที่มีกฎหมายกำหนดให้กระทำได้
3.ในกรณีที่บริษัท ฯ ได้ว่าจ้างหน่วยงานอื่นเพื่อให้ดำเนินการเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูล เช่น การจัดส่งพัสดุ การวิเคราะห์เชิงสถิติในกิจการหรือกิจกรรมของบริษัท ฯ เป็นต้น บริษัท ฯ จะกำหนดให้หน่วยงานที่ได้ว่าจ้างให้ดำเนินการดังกล่าว เก็บรักษาความลับ และความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูล และกำหนดข้อห้ามมิให้มีการนำข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าว ไปใช้นอกเหนือจากกิจกรรมของบริษัทฯ
4.เจ้าหน้าที่ของบริษัท ฯ ที่เกี่ยวข้องต้องปฎิบัติตามนโยบาย และแนวทางปฎิบัติด้านการบริหารจัดการความเป็นส่วนตัว และข้อมูลส่วนบุคคลของบริษัท ฯ ที่ประกาศใช้อย่างเคร่งครัด และมีบทลงโทษสำหรับเจ้าหน้าที่ที่ฝ่าฝืน หรือไม่ปฎิบัติตามนโยบายฉบับนี้ เป็นไปตามกฎระเบียบของบริษัท ฯ

การแสดงระบุความเชื่อมโยงให้ข้อมูลส่วนบุคคลกับหน่วยงานหรือองค์กรอื่น
บริษัท ฯ มีการเชื่อมโยงข้อมูลส่วนบุคคลกับหน่วยงานอื่นในการทำธุรกรรมทุกช่องทาง รวมถึงช่องทางอิเล็ทรอนิกส์ของ เจ้าของข้อมูล เช่น การชำระเงินตามสัญญาผ่านธนาคาร เป็นต้น โดยที่ข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูลจะได้รับการเก็บรักษาเป็นความลับทั้งในรูปเอกสาร และข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ รวมทั้งในระหว่างการส่งผ่านข้อมูลทุกขั้นตอน บริษัท ฯ กำหนดให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องต้องปฎิบัติตามนโยบาย และแนวทางปฎิบัติด้านการบริหารจัดการความเป็นส่วนตัว และข้อมูลส่วนบุคคลตามที่ประกาศไว้อย่างเคร่งครัด

การรวบรวมข้อมูลจากที่มาหลาย ๆ แห่ง
บริษัท ฯ มีการนำข้อมูลส่วนบุคคลที่ได้มาจากผ่านการทำธุรกรรม ( กระดาษ ) กับทางบริษัท หรือช่องทางอิเล็คทรอนิกส์ ไปรวมกับข้อมูลส่วนบุคคลที่ได้มาจากบริษัทตัวแทน / นายหน้า และตัวแทนจำหน่ายของบริษัท ฯ ซึ่งบริษัท ฯ กำหนดให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องต้องปฎิบัติตามนโยบาย และแนวปฎิบัติด้านการบริหารจัดการความเป็นส่วนตัวและข้อมูลส่วนบุคคลตามที่ประกาศไว้อย่างเคร่งครัด

การให้บุคคลอื่นใช้หรือการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล
บริษัท ฯ จะไม่เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล หรือข้อมูลอื่น ๆ ที่สามารถบ่งชี้ได้ว่าเป็นของเจ้าของข้อมูลไปเปิดเผยแก่บุคคลอื่นใด ตลอดจนจะป้องกันมิให้มีการนำข้อมูลของเจ้าของข้อมูลไปใช้ เว้นแต่
1.ได้รับความยินยอมจากจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล
2.การให้ข้อมูลดังกล่าวเป็นไปเพื่อช่วยให้เจ้าของข้อมูลสามารถทำธุรกรรมที่เจ้าของข้อมูลประสงค์
3.การรายงานข้อมูลต่อ บริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด ( Credit Bureau ) ที่เชื่อถือได้ หรือหน่วยงานอื่นใดที่คล้ายคลึงกัน ที่บริษัท ฯ มีหน้าที่ต้องรายงานข้อมูล
4.การเปิดเผยข้อมูลนั้น ๆ เป็นไปโดยถูกต้องตามกฎหมาย หรือตามคำสั่งของหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้อง

การเก็บรวบรวม จัดประเภท และการใช้ข้อมูลส่วนบุคคล
ข้อมูลส่วนตัว คือ ข้อมูลที่สามารถใช้เพื่อระบุตัวตน หรือติดต่อบุคคลใดบุคคลหนึ่งได้ บริษัท ฯ อาจขอให้เจ้าของข้อมูลระบุข้อมูลส่วนตัวเมื่อใดก็ตามที่เจ้าของข้อมูลติดต่อ บริษัท ฯ หรือบริษัทในเครือ อาจใช้ข้อมูลส่วนตัวนี้ร่วมกัน และใช้ข้อมูลดังกล่าวโดยสอดคล้องกับนโยบายส่วนบุคคลฉบับนี้ นอกจากนี้ ยังอาจรวมข้อมูลส่วนตัวดังกล่าวกับข้อมูลอื่นเพื่อใช้ในการจัดหา และปรับปรุงผลิตภัณฑ์ บริการขาย และโฆษณาของบริษัท ฯ โดยจะดำเนินการขออนุญาตแก่เจ้าของข้อมูลก่อน เจ้าของข้อมูล ไม่จำเป็นต้องระบุข้อมูลส่วนตัวที่บริษัท ฯ ได้ร้องขอ แต่หากเจ้าของข้อมูลเลือกไม่ระบุข้อมูล ในหลาย ๆ กรณีบริษัท ฯ จะไม่สามารถจัดหาผลิตภัณฑ์ หรือบริการของบริษัท ฯ ให้กับ เจ้าของข้อมูล หรือตอบคำถามใด ๆ ได้ ต่อไปนี้คือตัวอย่างบางส่วนของประเภทข้อมูลส่วนตัวที่ บริษัท ฯ อาจเก็บรวบรวม และวิธีที่บริษัทอาจนำข้อมูลดังกล่าวมาไปใช้
1.ในการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนตัว และเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลที่มีคุณภาพของเจ้าของข้อมูล บริษัท ฯ จะใช้วิธีการที่ชอบด้วยกฎหมายและเป็นธรรมในการเก็บรวบรวมข้อมูลและจัดเก็บข้อมูล ตลอดจนเก็บรวบรวม และจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคลอย่างจำกัดเพียงเท่าที่จำเป็นแก่การให้บริการ การทำธุรกรรม หรือบริการด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์อื่นใดภายใต้วัตถุประสงค์ของบริษัท ฯ เท่านั้น
2.บริษัท ฯ จะขอความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลก่อนทำการเก็บรวบรวม เว้นแต่
2.1กรณีที่กฎหมายกำหนด หรือหน่วยงานบังคับทางกฎหมายขอให้ดำเนินการ
2.2เพื่อประโยชน์ของ เจ้าของข้อมูล และการขอความยินยอมไม่อาจกระทำได้ในเวลานั้น
2.3เพื่อประโยชน์เกี่ยวกับชีวิต สุขภาพ หรือความปลอดภัยของเจ้าของข้อมูล และเจ้าของข้อมูลบุคคลอื่นของบริษัท
2.4เพื่อประโยชน์แก่การสอบสวนของพนักงานตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาคดีอาญาหรือการพิจารณาพิพากษาคดีของศาล
2.5เพื่อประโยชน์ในการศึกษา วิจัย หรือการจัดทำสถิติและได้เก็บข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อการนั้นไว้เป็นความลับ
3.บริษัท ฯ จะไม่จัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูลซึ่งเกี่ยวกับลักษณะทางพันธุกรรม พฤติกรรมทางเพศ หรือข้อมูลที่อาจเป็นผลร้าย ทำให้เสียชื่อเสียง หรืออาจก่อให้เกิดความรู้สึกเกี่ยวกับการเลือกปฎิบัติโดยไม่เป็นธรรมหรือความไม่เท่าเทียมกันแก่บุคคลใด เว้นแต่
3.1กรณีที่กฎหมายกำหนด หรือหน่วยงานบังคับทางกฎหมายขอให้ดำเนินการ
3.2เพื่อประโยชน์ของเจ้าของข้อมูล และได้รับความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลก่อน
3.3เพื่อประโยชน์เกี่ยวกับชีวิต สุขภาพ หรือความปลอดภัยของเจ้าของข้อมูล และเจ้าของข้อมูลท่านอื่น
3.4เพื่อประโยชน์แก่การสอบสวนของพนักงานสอบสวนตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาคดีอาญาหรือการพิจารณาพิพากษาคดีของศาล
3.5เพื่อประโยชน์ในการศึกษา วิจัย หรือการจัดทำสถิติและได้เก็บข้อมูลส่วนตัว และข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อการนั้นไว้เป็นความลับ
4.บริษัท ฯ อาจรวบรวมข้อมูลส่วนตัว และข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูลเข้ากับข้อมูลส่วนตัว และข้อมูลส่วนบุคคลที่ได้รับมาจากแหล่งอื่นเฉพาะในกรณีที่มีความจำเป็นและได้รับความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลเท่านั้น เพื่อประโยชน์ในการปรับปรุงข้อมูลส่วนตัว และข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูล ให้เป็นปัจจุบัน และเพื่อปรับปรุงคุณภาพและประสิทธิภาพของการให้บริการของบริษัท ฯดียิ่งขึ้น
5.การนำข้อมูลส่วนบุคคลไปใช้
5.1.บริษัท ฯ จะใช้ เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้าได้ ต่อเมื่อได้รับความยินยอมจากผู้ใช้บริการและจะต้องเป็นการใช้ตามวัตถุประสงค์ของบริษัท ฯ เท่านั้น
5.2.บริษัท ฯ จะดูแลให้ผู้ปฎิบัติงานของบริษัท ฯ มิให้เปิดเผย แสดง หรือทำให้ปรากฎในลักษณะอื่นใดซึ่งข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้านอกเหนือไปจากวัตถุประสงค์หรือต่อบุคคลภายนอก เว้นแต่ กรณีที่กฎหมายกำหนด หรือหน่วยงานบังคับทางกฎหมายขอให้ดำเนินการ
5.2.1 เพื่อประโยชน์ของเจ้าของข้อมูล และการขอความยินยอมไม่อาจกระทำได้ในเวลานั้น
5.2.2 เพื่อประโยชน์เกี่ยวกับชีวิต สุขภาพ หรือความปลอดภัยของเจ้าของข้อมูล และเจ้าของข้อมูลท่านอื่น
5.2.3 เพื่อประโยชน์แก่การสอบสวนของพนักงานสอบสวนตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาหรือการพิจารณาพิพากษาคดีของศาล
5.2.4เพื่อประโยชน์ในการศึกษา วิจัย หรือการจัดทำสถิติและได้เก็บข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อการนั้นไว้เป็นความลับ
6.ในบางกรณีบริษัท ฯ อาจให้บุคคลหรือหน่วยงานอื่นเข้าถึงหรือใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูลเท่าที่จำเป็น และเพื่อให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์และอำนาจหน้าที่ของบริษัทฯ ทั้งนี้ บริษัท ฯ จะต้องได้รับความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลก่อน

การทบทวนนโยบายด้านการบริหารการจัดการความเป็นส่วนตัวและข้อมูลส่วนบุคคล
บริษัท ฯ จะพิจารณาทบทวนปรับปรุงนโยบายด้านการบริหารจัดการความเป็นส่วนตัวและข้อมูลส่วนบุคคลให้มีความทันสมัยและเป็นมาตรฐานที่ยอมรับได้อย่างสม่ำเสมอ ตามระเบียบปฎิบัติอย่างเคร่งครัด

การใช้ และการเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับเจ้าของข้อมูล
บริษัท ฯ จะไม่นำข้อมูลส่วนบุคคลของ เจ้าของข้อมูลไปดำเนินการอื่นนอกเหนือไปจากวัตถุประสงค์ที่บริษัท ฯ ระบุไว้ในนโยบายด้านการบริหารจัดการความเป็นส่วนตัวและข้อมูลส่วนบุคคล หากมีความจำเป็นต้องนำข้อมูลส่วนบุคคลไปใช้ดำเนินการอื่นนอกเหนือไปจากวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้ บริษัท ฯ จะติดต่อไปยังเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อขอความยินยอมในการนำข้อมูลส่วนบุคคลไปใช้ในวัตถุประสงค์อื่น ๆ

ระยะเวลาในการจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคล และการเพิกถอนความยินยอม
บริษัท ฯ จะจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูลไว้ในระยะเวลาเทาที่จำเป็นเพื่อปฎิบัติตามวัตถุประสงค์ตามนโยบาย และระเบียบปฎิบัติของทางบริษัท ที่กำหนดไว้ในนโยบายฉบับนี้ หากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลต้องการเพิกถอนความยินยอมในการจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคล สามารถแจ้งความประสงค์ดังกล่าวได้ที่สำนักงานใหญ่ ทางบริษัท ฯ จะพิจารณาดำเนินการให้เหมาะสมและการบันทึกความประสงค์ดังกล่าวไว้เป็นหลักฐานด้วย

ข้อยกเว้น
บริษัท ฯ จะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายใด ๆ อันเกิดจากการที่เจ้าของข้อมูลเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของตนเอง ต่อบุคคลที่สาม หรือเกิดจากการที่เจ้าของข้อมูลละเลยขาดการพิจารณาถึงความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศ

ประกาศให้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2563 เป็นต้นไป