บริษัท มิตรสิบ ลิสซิ่ง จำกัด (มหาชน)​

นโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

         บริษัท มิตรสิบ ลิสซิ่ง จำกัด (มหาชน) และบริษัทในเครือ (“บริษัท”) ตระหนักถึงความสำคัญของการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล (“ ท่าน ”) ที่ได้ให้ไว้กับบริษัทผ่านช่องทางต่างๆ บริษัทจึงขอแจ้งให้ทราบถึงจึงมีประกาศความเป็นส่วนตัวโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความไว้วางใจและความเชื่อมั่นกับท่านว่าบริษัทจะประมวลผล และมีมาตรการในการรักษาความมั่นคงปลอดภัยที่เหมาะสม เพื่อป้องกันการสูญหาย เข้าถึง ใช้ เปลี่ยนแปลง แก้ไข หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยปราศจากอำนาจหรือโดยมิชอบ และให้มีการทบทวนมาตรการดังกล่าวเมื่อมีความจำเป็นหรือเมื่อเทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงไป เพื่อให้มีประสิทธิภาพในการรักษาความมั่นคงปลอดภัยที่เหมาะสม

          1. วัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล

             บริษัททำการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน เพื่อประโยชน์ในการทำธุรกรรมและ/หรือใช้บริการกับบริษัท เพื่อปฏิบัติตามกฎหมายและกฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง โดยบริษัทจะเก็บรักษาข้อมูลของท่านตามมาตรการรักษาความปลอดภัยของบริษัท ท่านสามารถศึกษารายละเอียดได้ดังต่อไปนี้

             1. การปฏิบัติตามสัญญาระหว่างบริษัทกับท่านเพื่อให้บริการและ/หรือผลิตภัณฑ์ หรือการดำเนินการตามคำขอของท่าน เช่น การยืนยันตัวบุคคล ( Know Your Customer : KYC ) และการตรวจสอบเพื่อทราบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับลูกค้า (Customer Due Diligence : CDD) การให้บริการหรือผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ที่ท่านมีกับบริษัทการปฏิบัติตามกระบวนการภายในของบริษัท การรับ-ส่งเอกสารติดต่อระหว่างท่านกับบริษัท การทวงถามเพื่อการชำระหนี้ที่ค้างตามสัญญาที่มีกับบริษัทการทำประกันภัยทรัพย์หลักประกัน

             2. การปฏิบัติตามกฎหมายและกฎเกณฑ์  เช่น สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน กรมสรรพากร ธนาคารแห่งประเทศไทย คณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย หรือเมื่อได้รับหมายเรียก หมายอายัดจากหน่วยงานราชการหรือศาล เป็นต้น

             3. วัตถุประสงค์ที่ต้องได้รับความยินยอมของเจ้าของข้อมูล เช่น เพื่อการติดต่อสื่อสารทางการตลาด การเสนอข้อเสนอพิเศษ เอกสารส่งเสริมการขายที่เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์และบริการของบริษัท และบุคคลภายนอกซึ่งบริษัทไม่สามารถอาศัยหลักเกณฑ์หรือฐานทางกฎหมายอื่นได้

            4. ประโยชน์อันชอบด้วยกฎหมายตามความจำเป็นของบริษัท เช่น

                – การป้องกัน รับมือ ลดความเสี่ยงที่อาจเกิดการกระทำที่ผิดกฎหมายต่าง ๆ ซึ่งรวมถึงการแบ่งปันข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อยกระดับมาตรฐานการทำงานของบริษัทในธุรกิจเดียวกันในการป้องกัน รับมือ หรือลดความเสี่ยงข้างต้น

                – การบันทึกภาพผู้ที่มาติดต่อทำธุรกรรมกับสำนักงานหรือสาขาของบริษัทลงบน CCTV รวมถึง การแลกบัตรก่อนเข้าอาคาร เพื่อการรักษาความปลอดภัยภายในบริเวณอาคารหรือพื้นที่ของบริษัท

                – การบริหารความเสี่ยง/การกำกับตรวจสอบ/การบริหารจัดการภายในองค์กร รวมถึงการส่งต่อไปยังบริษัทในเครือเพื่อการดังกล่าวภายใต้ประกาศความเป็นส่วนตัวนี้

                – การตรวจสอบการรับส่งอีเมลหรือการใช้อินเตอร์เน็ตของพนักงานกับท่าน เพื่อป้องกันการเปิดเผยข้อมูลลับของบริษัทต่อบุคคลภายนอก

                – การวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อใช้ในการนำสนอผลิตภัณฑ์ในประเภทเดียวกันกับที่ท่านมีอยู่กับบริษัทและผลิตภัณฑ์อื่นของบริษัทให้แก่ท่าน อย่างเหมาะสมกับความต้องการของท่าน และ/หรือในการทำการวิจัยทางการตลาด เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ของบริษัท

                – การปฏิบัติตามภาระหน้าที่ของบริษัทภายใต้สัญญาใด ๆ ที่บริษัทเป็นคู่สัญญาหรือที่บริษัทมีนิติสัมพันธ์ด้วย เช่น สัญญากับพันธมิตรทางธุรกิจของบริษัท

                – การเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของกรรมการ ผู้มีอำนาจกระทำการแทน ตัวแทน พนักงาน ในกรณีที่ผู้ติดต่อ คู่สัญญาหรือผู้ที่มีนิติสัมพันธ์กับบริษัทเป็นนิติบุคคล

                – การรักษาความสัมพันธ์กับท่าน เช่น การจัดการข้อร้องเรียน การตอบข้อซักถามหรือ ความคิดเห็นของท่าน การเสนอสิทธิประโยชน์โดยไม่มีวัตถุประสงค์ทางการตลาดให้แก่ท่าน เป็นต้น

                  ทั้งนี้ บริษัทจะไม่สามารถให้บริการและ/หรือผลิตภัณฑ์แก่ท่านได้ หากท่านไม่ให้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านแก่บริษัท ซึ่งข้อมูลเหล่านั้นจำเป็นต่อการปฏิบัติตามกฎหมายหรือกฎเกณฑ์ หรือจำเป็นในการปฏิบัติตามสัญญาซึ่งท่านเป็นคู่สัญญา หรือเพื่อใช้ในการดำเนินการตามคำขอก่อนเข้าทำสัญญา

         2. ช่องทางการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล

            บริษัทเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลผ่านช่องทางต่าง ๆ ได้แก่

            (1) ช่องทางการประกอบธุรกิจของบริษัท บริษัทอาจจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคลของท่านผ่านช่องทางการประกอบธุรกิจระหว่างท่านและบริษัท ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจออฟไลน์ ออนไลน์ หรือการประกอบธุรกิจด้วยระบบทางไกล (เช่นทางโทรศัพท์ เว็บไซต์ อีเมล หรือไปรษณีย์)

            (2) ช่องทางอื่น บริษัทอาจเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของท่านผ่านช่องทางอื่น เช่น ผ่านผู้ให้บริการที่บริษัทว่าจ้างให้เก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลในนามบริษัท บริษัทในเครือ ฐานข้อมูลสาธารณะแหล่งข้อมูลของภาครัฐ (เช่น หน่วยงานภาครัฐที่มีฐานข้อมูลที่น่าเชื่อถือของบุคคล) ผู้แทนของคุณ หรือบุคคลอื่นที่ได้รับมอบอำนาจจากท่านและจากบุคคลอื่นที่กระทำการแทนท่าน

         3. บุคคลที่บริษัทเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล

            บริษัทอาจเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้แก่ผู้อื่นภายใต้ความยินยอมของท่านหรือภายใต้หลักเกณฑ์ที่กฎหมายอนุญาตให้เปิดเผยได้ โดยบุคคลหรือหน่วยงานที่เป็นผู้รับข้อมูลดังกล่าวจะเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านตามขอบเขตที่ท่านได้ให้ความยินยอมหรือขอบเขตที่เกี่ยวข้องในนโยบายฉบับนี้

             1. บริษัทอาจเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเพื่อวัตถุประสงค์ต่างๆ เช่น เพื่อการให้บริการแก่ท่าน เพื่อการวิเคราะห์และพัฒนาปรับปรุงผลิตภัณฑ์และ/หรือบริการ เพื่อการทำวิจัยหรือจัดทำข้อมูลทางสถิติ เพื่อการส่งเสริมการขายและการประชาสัมพันธ์ของบริษัท เพื่อการบริหารกิจการ เพื่อการป้องกันการทุจริต เพื่อให้ผู้อื่นให้บริการสนับสนุนแก่บริษัท เพื่อการพิสูจน์ตัวตนลูกค้า โดยบริษัทอาจเปิดเผยให้แก่บุคคลหรือหน่วยงานต่างๆ เช่น บริษัทในเครือ บริษัทในกลุ่มธุรกิจทางการเงิน ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล คลังเก็บเอกสาร พันธมิตรทางธุรกิจที่ออกผลิตภัณฑ์ร่วมกัน ผู้ให้บริการภายนอก ตัวแทนของบริษัท ผู้รับจ้างช่วงงานต่อ สถาบันการเงิน ผู้สอบบัญชี ผู้ตรวจสอบภายนอก บริษัทจัดอันดับความน่าเชื่อถือ บริษัทบริหารสินทรัพย์ บริษัทข้อมูลเครดิต ผู้มีอำนาจตามกฎหมาย ผู้สนใจจะเข้ารับโอนสิทธิและ/หรือผู้รับโอนสิทธิในธุรกรรมหรือการควบรวมกิจการต่างๆ ของบริษัท นิติบุคคลหรือบุคคลใดๆ ที่มีความสัมพันธ์หรือมีสัญญาอยู่กับบริษัท ซึ่งรวมตลอดถึง ผู้บริหาร พนักงาน ลูกจ้าง ผู้รับจ้าง ตัวแทน ที่ปรึกษาของบริษัทและของบุคคลหรือหน่วยงานที่เป็นผู้รับข้อมูลดังกล่าว กรณีเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้บุคคลอื่นเพื่อวัตถุประสงค์ทางการตลาดของผู้รับข้อมูล เช่น เพื่อการส่งเสริมการขาย การประชาสัมพันธ์ หรือการเสนอผลิตภัณฑ์และ/หรือบริการจากผู้รับข้อมูลให้แก่ท่าน บริษัทจะแจ้งรายชื่อผู้รับข้อมูลให้ท่านทราบเพื่อประกอบการตัดสินใจให้ความยินยอม

            2. บริษัทอาจเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านแก่ผู้ให้บริการด้านสื่อสังคมออนไลน์ (ในรูปแบบที่ปลอดภัย) หรือบริษัทโฆษณาภายนอก เพื่อแสดงข้อความให้แก่ท่าน และบุคคลอื่นใดเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์และบริการของบริษัท โดยบริษัทโฆษณาภายนอกอาจใช้ข้อมูลประวัติกิจกรรมออนไลน์ของท่าน เพื่อจัดสรรการโฆษณาที่ท่านอาจสนใจ

             3. บริษัทอาจเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านต่อหน่วยงานของรัฐ และ/หรือ หน่วยงานที่มีหน้าที่กำกับดูแลบริษัท (เช่น กรมสรรพากร หน่วยงานที่มีหน้าที่ในการบังคับใช้กฎหมาย หน่วยงานกำกับดูแลและศาล) และหน่วยงานอื่นตามกระบวนการทางกฎหมาย การกำกับดูแลและจุดประสงค์ที่สำคัญอื่นใด และอาจเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลกรณีที่หน่วยงานกำกับดูแลหรือหน่วยงานภาครัฐร้องขอตามข้อบังคับของกฎหมาย การปฏิบัติตามคำสั่งทางกฎหมาย การตรวจสอบ หรือกระบวนการทางกฎหมาย/การฟ้องร้อง

             4. บริษัทอาจเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านต่อตัวแทนทวงถามหนี้ ทนายความ บริษัทข้อมูลเครดิต หน่วยงานป้องกันการทุจริต ศาล หน่วยงาน หรือบุคคลใดๆ ที่ธนาคารถูกกำหนดหรือได้รับอนุญาตให้เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลตามกฎหมาย กฎระเบียบ หรือคำสั่ง

             5. บริษัทอาจเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านแก่บุคคลอื่นใดที่ให้ผลประโยชน์หรือให้บริการที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์หรือบริการของท่าน (เช่น บริษัทประกันภัย) และ/หรือ ผู้รับมอบอำนาจ ผู้รับมอบอำนาจช่วง ตัวแทน หรือผู้แทนโดยชอบธรรมของท่านที่มีอำนาจตามกฎหมายโดยชอบ หรือผู้ให้หลักประกันที่เป็นบุคคลภายนอก

             6. บริษัทอาจเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไปยังผู้ให้บริการ บริษัทใช้บริษัทอื่นเพื่อให้บริการในนามของบริษัท และเพื่อสนับสนุนบริษัทในการดำเนินธุรกิจ บริษัทอาจเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านต่อผู้ให้บริการเหล่านี้ หรือบริษัทดังกล่าวอาจรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของท่านในนามของบริษัท เพื่อวัตถุประสงค์ทางธุรกิจที่หลากหลาย ตัวอย่างเช่น ผู้ให้บริการที่เก็บข้อมูล ผู้ให้บริการคลาวด์ ผู้ให้บริการด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ และโครงสร้างพื้นฐาน ซอฟต์แวร์และผู้พัฒนาเว็บไซต์ ผู้ให้บริการการบริหารความเสี่ยง ผู้ให้บริการให้ข้อมูล ผู้ให้บริการโปรแกรมสนทนาอัตโนมัติ ตอบคำถามผ่านแพลตฟอร์ม เว็บไซต์ แอพพลิเคชั่นต่าง ๆ ผู้ให้บริการคอลเซ็นเตอร์ ผู้ให้บริการจัดส่งข้อความ (SMS) ผู้ให้บริการเครือข่ายแพลตฟอร์มที่ใช้สนับสนุน ผู้ให้บริการด้านการจัดการทั่วไป ผู้ให้บริการด้านการติดตามทวงถามหนี้และติดตามหนี้สิน ที่ปรึกษาด้านการตรวจสอบ ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ผู้ให้บริการด้านการพิมพ์และการขนส่ง ผู้สื่อข่าวและประชาสัมพันธ์

              7. บุคคลที่สามที่ท่านอนุญาตหรือมีคำขอให้บริษัทเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน บริษัทอาจเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านด้วยความยินยอมของท่านหรือตามคำขอของท่าน

              8. ผู้มีความเป็นไปได้ที่จะเป็นผู้ซื้อ (รวมถึงตัวแทนและที่ปรึกษา) ในกรณีที่บริษัทตั้งใจจะขายส่วนหนึ่งส่วนใดของธุรกิจของบริษัทหรือทรัพย์สินของบริษัท หรือถ้าบุคคลที่สามได้มาซึ่งสินทรัพย์ทั้งหมดของบริษัท ในกรณีนี้ ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านอาจเป็นส่วนหนึ่งของสินทรัพย์ที่บริษัทขาย โดยบริษัทจะแจ้งผู้ซื้อว่าจะต้องใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเพื่อวัตถุประสงค์ตามที่อธิบายไว้ในนโยบายนี้เท่านั้น

           4. สิทธิเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล

              1. สิทธิขอถอนความยินยอม หากท่านได้ให้ความยินยอมให้บริษัทเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน (ไม่ว่าจะเป็นความยินยอมที่ท่านให้ไว้ก่อนวันที่กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลใช้บังคับหรือหลังจากนั้น) ท่านมีสิทธิที่จะถอนความยินยอมเมื่อใดก็ได้ตลอดระยะเวลาที่ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านอยู่กับบริษัท เว้นแต่มีข้อจำกัดสิทธินั้นโดยกฎหมายหรือมีสัญญาที่ให้ประโยชน์แก่ท่านอยู่

              ทั้งนี้ การถอนความยินยอมของท่านอาจส่งผลกระทบต่อท่านจากการใช้ผลิตภัณฑ์ และ/หรือบริการต่างๆ เช่น ท่านจะไม่ได้รับสิทธิประโยชน์ โปรโมชั่นหรือข้อเสนอใหม่ๆ ไม่ได้รับผลิตภัณฑ์หรือบริการที่ดียิ่งขึ้นและสอดคล้องกับความต้องการของท่าน หรือไม่ได้รับข้อมูลข่าวสารอันเป็นประโยชน์แก่ท่าน เป็นต้น เพื่อประโยชน์ของท่าน จึงควรศึกษาและสอบถามถึงผลกระทบก่อนเพิกถอนความยินยอม

               2. สิทธิขอเข้าถึงข้อมูล  ท่านมีสิทธิขอเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลของท่านที่อยู่ในความรับผิดชอบของบริษัท และขอให้บริษัททำสำเนาข้อมูลดังกล่าวให้แก่ท่าน รวมถึงขอให้บริษัทเปิดเผยว่าบริษัทได้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านมาได้อย่างไร

               3. สิทธิขอถ่ายโอนข้อมูล  ท่านมีสิทธิขอรับข้อมูลส่วนบุคคลของท่านในกรณีที่บริษัทได้จัดทำข้อมูลส่วนบุคคลนั้นอยู่ในรูปแบบให้สามารถอ่านหรือใช้งานได้ด้วยเครื่องมือหรืออุปกรณ์ที่ทำงานได้โดยอัตโนมัติ และสามารถใช้หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลได้ด้วยวิธีการอัตโนมัติ รวมทั้งมีสิทธิขอให้บริษัทส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลในรูปแบบดังกล่าวไปยังผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลอื่นเมื่อสามารถทำได้ด้วยวิธีการอัตโนมัติ และมีสิทธิขอรับข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลในรูปแบบดังกล่าวไปยังผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลอื่นโดยตรง เว้นแต่ไม่สามารถดำเนินการได้เพราะเหตุทางเทคนิค ทั้งนี้ ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านข้างต้นต้องเป็นข้อมูลส่วนบุคคลที่ท่านได้ให้ความยินยอมแก่บริษัทในการเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือเปิดเผย หรือเป็นข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทจำเป็นต้องเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือเปิดเผยเพื่อให้ท่านสามารถใช้ผลิตภัณฑ์ และ/หรือบริการของบริษัทได้ตามความประสงค์ซึ่งท่านเป็นคู่สัญญาอยู่กับบริษัท หรือเพื่อใช้ในการดำเนินการตามคำขอของท่านก่อนใช้ผลิตภัณฑ์ และ/หรือบริการของบริษัท หรือเป็นข้อมูลส่วนบุคคลอื่นตามที่ผู้มีอำนาจตามกฎหมายกำหนด

              4. สิทธิขอคัดค้าน  ท่านมีสิทธิขอคัดค้านการเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านในเวลาใดก็ได้ หากการเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านที่ทำขึ้นเพื่อการดำเนินงานที่จำเป็นภายใต้ประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของบริษัท หรือของบุคคลหรือนิติบุคคลอื่น โดยไม่เกินขอบเขตที่ท่านสามารถคาดหมายได้อย่างสมเหตุสมผล หรือเพื่อดำเนินการตามภารกิจเพื่อสาธารณประโยชน์ หากท่านยื่นคัดค้าน บริษัทจะยังคงดำเนินการเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านต่อไปเฉพาะที่บริษัทสามารถแสดงเหตุผลตามกฎหมายได้ว่ามีความสำคัญยิ่งกว่าสิทธิขั้นพื้นฐานของท่าน หรือเป็นไปเพื่อการยืนยันสิทธิตามกฎหมาย การปฏิบัติตามกฎหมาย หรือการต่อสู้ในการฟ้องร้องตามกฎหมาย ตามแต่ละกรณี

               นอกจากนี้ ท่านยังมีสิทธิขอคัดค้านการเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านที่ทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์เกี่ยวกับการตลาด หรือเพื่อวัตถุประสงค์เกี่ยวกับการศึกษาวิจัยทางวิทยาศาสตร์ ประวัติศาสตร์ หรือสถิติได้อีกด้วย

               5. สิทธิขอให้ลบหรือทำลายข้อมูล  ท่านมีสิทธิขอลบหรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน หรือทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลเป็นข้อมูลที่ไม่ สามารถระบุตัวท่านได้ หากท่านเชื่อว่าข้อมูลส่วนบุคคลของท่านถูกเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือเปิดเผยโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายที่เกี่ยวข้อง หรือเห็นว่าบริษัทหมดความจำเป็นในการเก็บรักษาไว้ตามวัตถุประสงค์ที่เกี่ยวข้องในนโยบายฉบับนี้ หรือเมื่อท่านได้ใช้สิทธิขอถอนความยินยอมหรือใช้สิทธิขอคัดค้านตามที่แจ้งไว้ข้างต้นแล้ว

               6. สิทธิขอให้ระงับการใช้ข้อมูล  ท่านมีสิทธิขอให้ระงับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลชั่วคราวในกรณีที่บริษัทอยู่ระหว่างตรวจสอบตามคำร้องขอใช้สิทธิขอแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลหรือขอคัดค้านของท่าน หรือกรณีอื่นใดที่บริษัทหมดความจำเป็นและต้องลบหรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคลของท่านตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องแต่ท่านขอให้บริษัทระงับการใช้แทน

               7. สิทธิขอให้แก้ไขข้อมูล  ท่านมีสิทธิขอแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้ถูกต้องเป็นปัจจุบันสมบูรณ์และไม่ก่อให้เกิดความเข้าใจผิด

               8. สิทธิร้องเรียน  ท่านมีสิทธิร้องเรียนต่อผู้มีอำนาจตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง หากท่านเชื่อว่าการเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเป็นการกระทำในลักษณะที่ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

               9. การใช้สิทธิของท่านดังกล่าวข้างต้นอาจถูกจำกัดภายใต้กฎหมายที่เกี่ยวข้อง และมีบางกรณีที่มีเหตุจำเป็นที่บริษัทอาจปฏิเสธหรือไม่สามารถดำเนินการตามคำขอใช้สิทธิข้างต้นของท่านได้ เช่น ต้องปฏิบัติตามกฎหมายหรือคำสั่งศาล เพื่อประโยชน์สาธารณะ การใช้สิทธิอาจละเมิดต่อสิทธิหรือเสรีภาพของบุคคลอื่น เป็นต้น หากบริษัทปฏิเสธคำขอข้างต้น บริษัทจะแจ้งเหตุผลของการปฏิเสธให้ท่านทราบด้วย

               ท่านสามารถขอใช้สิทธิดังกล่าวข้างต้นได้ โดยยื่นคำร้องขอใช้สิทธิต่อบริษัทเป็นลายลักษณ์อักษร หรือผ่านทางจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ตามแบบฟอร์มที่บริษัทกำหนดผ่าน “ช่องทางการติดต่อของบริษัท”ด้านล่างโดยบริษัทจะพิจารณาแจ้งผลการพิจารณาตามคำร้องฯของท่านภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับคำร้องฯ ดังกล่าว ทั้งนี้ บริษัทอาจปฏิเสธสิทธิของเจ้าของข้อมูลได้ในกรณีที่มีกฏหมายกำหนดไว้

            5. การใช้คุกกี้ (Cookies)

               บริษัทอาจใช้และเก็บคุกกี้และระบบอื่นในอุปกรณ์ของเจ้าของข้อมูล ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการด้านความปลอดภัยในการให้บริการของบริษัท และเพื่อให้ผู้ใช้ได้รับประสบการณ์ที่ดีในการใช้ผลิตภัณฑ์และบริการของบริษัท ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับแต่ละบริษัทในกลุ่มบริษัทมิตรสิบที่เจ้าของข้อมูลติดต่อ โดยทั่วไป ข้อมูลที่เก็บรวบรวมจากการใช้คุกกี้นั้นจะไม่เชื่อมโยงกับข้อมูลที่อาจระบุตัวตนได้ เช่น ชื่อหรืออีเมล อย่างไรก็ตาม หากบริษัทมีความจำเป็นต้องนำข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูลเชื่อมโยงกับคุกกี้ หรือข้อมูลอื่นใดที่เกี่ยวกับใช้บริการของเจ้าของข้อมูล บริษัทจะถือว่าคุกกี้ดังกล่าวและข้อมูลที่รวมเข้าด้วยกันเป็นข้อมูลส่วนบุคคล

            6. การรับมือกรณีเกิดเหตุการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล

               บริษัทซึ่งดำเนินการใดๆ เกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลอันเป็นการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัติความคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ.2562 ทำให้เกิดความเสียหายต่อเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ต้องชดใช้ค่าสินไหมทดแทนเพื่อการนั้นแก่เจ้าข้อมูลส่วนบุคคล ไม่ว่าการดำเนินการนั้นเกิดจากการกระทำโดยจงใจหรือประมาทเลินเล่อหรือไม่ก็ตาม ยกเว้น ความเสียหายนั้นเกิดจากเหตุสุดวิสัย หรือเกิดจากการกระทำหรือการละเว้นการกระทำของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลนั้นเอง

           7. ระยะเวลาจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคล

              บริษัทจะเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไว้ตามระยะเวลาที่จำเป็นในระหว่างที่ท่านเป็นลูกค้าหรือมีความสัมพันธ์อยู่กับบริษัท หรือตลอดระยะเวลาที่จำเป็นเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ที่เกี่ยวข้องในนโยบายฉบับนี้ และจัดเก็บไว้เพื่อวัตถุประสงค์ในการพิสูจน์ตรวจสอบกรณีอาจเกิดข้อพิพาทภายในอายุความตามที่กฎหมายกำหนดเป็นระยะเวลาไม่เกิน 10 ปี

           8. มาตรการในการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคล

              บริษัทจะเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเป็นอย่างดีตามมาตรการเชิงเทคนิค (Technical Measure) และมาตรการเชิงบริหารจัดการ (Organizational Measure) เพื่อรักษาความมั่นคงปลอดภัยในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลที่เหมาะสม และเพื่อป้องกันการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล โดยบริษัทได้กำหนดนโยบาย ระเบียบ และหลักเกณฑ์ในการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เช่น มาตรฐานความปลอดภัยของระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ และมาตรการเพื่อป้องกันไม่ให้ผู้รับข้อมูลไปจากบริษัทใช้หรือเปิดเผยข้อมูลนอกวัตถุประสงค์ หรือโดยไม่มีอำนาจหรือโดยไม่ชอบ และบริษัทได้มีการปรับปรุงนโยบาย ระเบียบ และหลักเกณฑ์ดังกล่าวเป็นระยะๆ ตามความจำเป็นและเหมาะสม

               นอกจากนี้ ผู้บริหาร พนักงาน ลูกจ้าง ผู้รับจ้าง ตัวแทน ที่ปรึกษา และผู้รับข้อมูลจากบริษัทมีหน้าที่ต้องรักษาความลับข้อมูลส่วนบุคคลตามมาตรการรักษาความลับที่บริษัทกำหนดขึ้น

           9. วิธีการติดต่อบริษัท

              หากคุณมีข้อสงสัย ต้องการเสนอแนะ หรือสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับรายละเอียดการเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน รวมถึงการขอใช้สิทธิตามนโยบายฉบับนี้ หรือข้อกังวลใด ๆ เกี่ยวกับแนวปฏิบัติของบริษัทในเรื่องการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล โปรดติดต่อบริษัทผ่านช่องทางดังต่อไปนี้

               9.1 ติดต่อสำนักงานใหญ่

                    บริษัท มิตรสิบ ลิสซิ่ง จำกัด (มหาชน) เลขที่895-6 หมู่ที่5 ถนนศรีนครินทร์ ตำบลสำโรงเหนือ อำเภอเมืองสมุทรปราการ จังหวัดสมุทรปราการ 10270

               9.2 อีเมล :  cm.dpo@mitsibleasing.com

               9.3 Call Center   02-7438787 กด1 ต่อ 922 , 923

         บริษัท มิตรสิบ ลิสซิ่ง จำกัด (มหาชน) ตระหนักดีว่าข้อมูลส่วนบุคคลของท่านที่ถูกบันทึกโดยกล้องวงจรปิด (CCTV) นั้นมีความสำคัญ เราจะยึดถือและปฏิบัติตามมาตรฐานในด้านความเป็นส่วนตัวและรักษาความปลอดภัยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านและเก็บข้อมูลดังกล่าวเป็นความลับ เพื่อให้มั่นใจว่าข้อมูลของท่านถูกเก็บ ใช้ และเปิดเผย เป็นไปตามความประสงค์ และเป็นการปฏิบัติตามกฎหมาย บริษัทจึงขอประกาศความเป็นส่วนตัวกล้องวงจรปิด (CCTV) แก่ท่าน

      1. วัตถุประสงค์

         บริษัท มิตรสิบ ลิสซิ่ง จำกัด (มหาชน) ใช้กล้องวงจรปิด (CCTV)  ภายในและโดยรอบสถานที่ของบริษัท ในการบันทึกข้อมูลพื้นที่เฉพาะ เพื่อการรักษาความปลอดภัยและความมั่นคงของสถานที่ สินทรัพย์ พนักงาน ลูกค้า และผู้มาติดต่อ

            1. เพื่อการปกป้องสุขภาพและความปลอดภัยส่วนตัวของท่าน ซึ่งรวมไปถึงทรัพย์สินของท่าน

            2. เพื่อการปกป้องอาคาร สิ่งอำนวยความสะดวกและทรัพย์สินของเราจากความเสียหาย การขัดขวาง การทำลายซึ่งทรัพย์สินหรืออาชญากรรมอื่น

            3. เพื่อสนับสนุนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการบังคับใช้กฎหมายเพื่อการยับยั้ง ป้องกัน สืบค้น และ ดำเนินคดีทางกฎหมาย

            4. เพื่อการให้ความช่วยเหลือในกระบวนการระงับข้อพิพาทซึ่งเกิดขึ้นในระหว่างที่มีกระบวนการทางวินัยหรือกระบวนการร้องทุกข์

            5. เพื่อการให้ความช่วยเหลือในกระบวนการสอบสวน หรือ กระบวนการเกี่ยวกับการส่งเรื่องร้องเรียน

            6. เพื่อการให้ความช่วยเหลือในกระบวนการริเริ่มหรือป้องกันการฟ้องร้องทางแพ่ง ซึ่งรวมไปถึงแต่ไม่จำกัดเพียงการดำเนินการทางกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการจ้างงาน

      2. ฐานกฎหมายในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล

         บริษัทดำเนินการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของท่านภายใต้ฐานกฎหมายดังต่อไปนี้

            1. ความจำเป็นในการป้องกันหรือระงับอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย หรือสุขภาพของท่านหรือบุคคลอื่น

            2. ความจำเป็นเพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของเราหรือบุคคลอื่น โดยประโยชน์ดังกล่าวมีความสำคัญไม่น้อยไปกว่าสิทธิขั้นพื้นฐานในข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน

            3. ความจำเป็นในการปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ซึ่งควบคุมดูแลเกี่ยวกับความปลอดภัยและสภาพแวดล้อมในสถานที่ทำงาน และทรัพย์สินของเรา

         ซึ่งรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง กฎหมายว่าด้วยความปลอดภัยและสิ่งแวดล้อมในสถานที่ทำงาน เราถือว่าการใช้กล้องวงจรปิดเป็นมาตรการที่สำคัญซึ่งช่วยให้เราสามารถปฏิบัติตามภาระผูกพันเหล่านี้ได้

      3. ประเภทของข้อมูลส่วนบุคคลที่เราเก็บรวบรวม

          ตามวัตถุประสงค์ตามที่ได้แจ้งในข้อ 2. บริษัททำการติดตั้งกล้องวงจรปิด (CCTV)  ในตำแหน่งที่มองเห็นได้ โดยจะติดป้ายเตือนว่ามีการใช้งานกล้องวงจรปิด ณ ทางเข้าและทางออก ภายในและภายนอกอาคาร รวมถึงพื้นที่ที่บริษัทเห็นสมควรว่าเป็นจุดที่ต้องมีการเฝ้าระวัง เพื่อเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเมื่อท่านเข้ามายังพื้นที่ ดังต่อไปนี้

              1. ภาพนิ่ง

              2. ภาพเคลื่อนไหว

              3. เสียง

              4. ภาพทรัพย์สินของท่าน เช่น พาหนะ กระเป๋า หมวก เครื่องแต่งกาย

           ทั้งนี้ บริษัทจะไม่ทำการติดตั้งกล้องวงจรปิด (CCTV)  ในพื้นที่ที่อาจล่วงละเมิดสิทธิขั้นพื้นฐานของท่านจนเกินสมควร ได้แก่ ห้องน้ำ ห้องอาบน้ำ หรือสถานที่เพื่อใช้ในการพักผ่อนของผู้ปฏิบัติงาน

        4. วิธีการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล

            1. บริษัทอาจเก็บรวบรวม ใช้ เปิดเผย หรือประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเพื่อวัตถุประสงค์ดังต่อไปนี้

                (ก) การคุ้มครองชีวิต ร่างกาย สุขภาพ ความปลอดภัยส่วนบุคคล และทรัพย์สินของบุคคลต่างๆ

                (ข) การคุ้มครองและป้องกันสถานที่ สิ่งอำนวยความสะดวก และสินทรัพย์ของเราจากความเสียหาย การถูกรบกวน การถูกทำลาย และอาชญากรรมอื่นๆ

                (ค) การสนับสนุนหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายในการป้องกัน สืบสวน และดำเนินคดีต่ออาชญากรรม และการดำเนินการเพื่อการยับยั้งอาชญากรรม

                (ง) การช่วยเหลือในการระงับข้อพิพาทอย่างมีประสิทธิภาพ ตามที่เกิดขึ้นในกระบวนการทางวินัยหรือการร้องทุกข์

                (จ) การช่วยเหลือในการสอบสวนหรือกระบวนการที่เกี่ยวกับการแจ้งเบาะแส และ

                (ฉ) การช่วยเหลือในการเริ่มต้นหรือต่อสู้คดีแพ่งใด ๆ ซึ่งรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง คดีการ จ้างงาน

            2. กล้องวงจรปิดของบริษัททำงานตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง เว้นแต่ในกรณีที่ระบบขัดข้องหรือมีการซ่อมบำรุงระบบ

            3. บริษัทได้ติดตั้งป้ายที่เหมาะสมไว้ในพื้นที่ภายใต้การสอดส่องดูแล เพื่อแจ้งให้ท่านทราบถึงการใช้กล้องวงจรปิดและการบันทึกข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน

         5. การเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านต่อบุคคลที่สาม

            1. บริษัทอาจเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านต่อบุคคลที่สาม (รวมถึงบริษัทในเครือและผู้ให้บริการของเรา) ในกรณีที่บริษัทพิจารณาว่ามีความจำเป็นต้องเปิดเผยข้อมูลส่วน บุคคลนั้นเพื่อวัตถุประสงค์ตามที่ระบุข้างต้น

            2. บริษัทอาจเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านต่อหน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย หากมีความจำเป็นต้องเปิดเผยเพื่อการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายของเรา และเพื่อสนับสนุนหรือช่วยเหลือหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายในการป้องกัน สืบสวน และดำเนินคดีต่ออาชญากรรม

        6. ระยะเวลาการเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคล

            เพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ของการเฝ้าระวังสังเกตโดยการใช้อุปกรณ์กล้องวงจรปิด (CCTV)  ตามที่ประกาศนี้กำหนด บริษัทจะเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลในกล้องวงจรปิด (CCTV)  ที่เกี่ยวข้องกับท่าน เป็นระยะเวลาไม่เกิน 30 วัน นับแต่วันที่ท่านได้เข้าอาคารหรือสถานที่ของบริษัท เมื่อพ้นกำหนดระยะเวลาดังกล่าว ภาพที่บันทึกไว้โดยกล้องวงจรปิดนั้นจะถูกลบโดยอัติโนมัติ  ทั้งนี้ เมื่อพ้นระยะเวลาดังกล่าวบริษัทจะทำการ ลบ นำออกจากระบบ ทำลาย หรือทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุ ตัวบุคคลที่เป็นเจ้าของข้อมูลได้

        7. สิทธิของท่านท่านมีสิทธิตามกฎหมายดังต่อไปนี้

            1. สิทธิการเข้าถึง ท่านมีสิทธิเข้าถึงและขอรับสำเนาข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน หรือขอให้มีการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน โดยคำขอนั้นจะต้องทำเป็นลายลักษณ์อักษรและส่งไปยังช่องทางตามที่ระบุไว้ในส่วน ” ช่องทางการติดต่อเรา ” คำขอของท่านจะได้รับการดำเนินการภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด

            บริษัทอาจปฏิเสธที่จะปฏิบัติตามคำขอของท่านได้ในกรณีที่คำขอนั้นอาจมีผลกระทบต่อสิทธิและเสรีภาพของบุคคลอื่น ทั้งนี้เพียงเท่าที่ได้รับอนุญาตโดยกฎหมายหรือคำสั่งศาล

            2. สิทธิการแก้ไขให้ถูกต้อง ท่านมีสิทธิขอให้มีการดำเนินการแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลซึ่งบริษัทได้ประมวลผลเกี่ยวกับท่านให้สมบูรณ์ ถูกต้อง ไม่ก่อให้เกิดความเข้าใจผิด หรือเป็นปัจจุบัน

            3. สิทธิการโอนย้ายข้อมูล ท่านอาจมีสิทธิขอรับข้อมูลส่วนบุคคลของท่านที่บริษัทมีอยู่ในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ที่มีการจัดเรียงแล้ว และส่งข้อมูลส่วนบุคคลนั้นไปยังผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลรายอื่น โดยต้องเป็นข้อมูลส่วนบุคคลที่ท่านได้ให้กับบริษัท และกรณีที่เราประมวลผลข้อมูลนั้นโดยอาศัยฐานความยินยอมจากท่าน

            4. สิทธิการคัดค้าน ท่านมีสิทธิคัดค้านการเก็บรวบรวม การใช้ หรือการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อการบรรลุประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของบริษัท (หรือของบุคคลอื่น) ได้ บริษัทอาจปฏิเสธที่จะปฏิบัติตามคำขอของท่านในกรณีที่บริษัทสามารถแสดงได้ว่ามีเหตุอันชอบด้วยกฎหมายในการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวซึ่งอาจสำคัญยิ่งกว่าประโยชน์ของท่าน หรือถ้าการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวเป็นไปเพื่อก่อตั้งสิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย การปฏิบัติตามหรือการใช้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย หรือการยกขึ้นต่อสู้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย

            5. สิทธิการลบหรือทำลายข้อมูล ท่านมีสิทธิขอให้บริษัทดำเนินการลบหรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน หรือทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวบุคคลที่เป็นเจ้าของข้อมูลได้ หากท่านเชื่อว่า

               (1) ข้อมูลส่วนบุคคลนั้นหมดความจำเป็นสำหรับวัตถุประสงค์ที่ระบุในคำชี้แจงฉบับนี้แล้ว หรือ

              (2) ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านได้ถูกเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย ทั้งนี้ บริษัทอาจปฏิเสธที่จะปฏิบัติตามคำขอให้ลบหรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคลของท่านได้ เพื่อการก่อตั้งสิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย การปฏิบัติตามหรือการใช้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย การยกขึ้นต่อสู้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย หรือการปฏิบัติตามกฎหมาย

           6. สิทธิการจำกัดการประมวลผล ท่านมีสิทธิขอให้บริษัทระงับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านหากท่านเชื่อว่าบริษัทหมดความจำเป็นในการเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลนั้นเพื่อวัตถุประสงค์ตามที่ระบุในคำชี้แจงฉบับนี้แล้ว แต่ท่านยังต้องการให้เก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลนั้นไว้เพื่อการก่อตั้งสิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย การปฏิบัติตามหรือการใช้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย การยกขึ้นต่อสู้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย หรือการปฏิบัติตามกฎหมาย

           7. สิทธิการถอนความยินยอม ในกรณีที่ท่านได้ยินยอมให้บริษัทเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน ท่านมีสิทธิที่จะถอนความยินยอมนั้น ณ เวลาใดก็ได้

           8. สิทธิการยื่นเรื่องร้องเรียน ท่านมีสิทธิยื่นเรื่องร้องเรียนบริษัทต่อหน่วยงานกำกับดูแลการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลได้ หากท่านเชื่อว่าบริษัทฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามหน้าที่ใด ๆ ของเราตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่ใช้บังคับ

        8. การรักษาความมั่นคงปลอดภัยข้อมูลส่วนบุคคล

           บริษัทมีมาตรการในการรักษาความมั่นคงปลอดภัยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านอย่างเหมาะสม ทั้งในเชิงเทคนิคและการบริหารจัดการ เพื่อป้องกันมิให้ข้อมูลสูญหาย หรือมีการเข้าถึง ลบ ทำลาย ใช้ เปลี่ยนแปลง แก้ไข หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายและแนวปฏิบัติด้านความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศ (Information Security Policy) ของบริษัท

           นอกจากนี้  บริษัทได้กำหนดให้มีนโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลขึ้นโดยประกาศให้ทราบโดยทั่วกันทั้งองค์กร พร้อมแนวทางปฏิบัติเพื่อให้เกิดความมั่นคงปลอดภัยในการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล โดยธำรงไว้ซึ่งความเป็นความลับ (Confidentiality) ความถูกต้องครบถ้วน (Integrity) และสภาพพร้อมใช้งาน (Availability) ของข้อมูลส่วนบุคคล โดยบริษัทได้จัดให้มีการทบทวนนโยบายดังกล่าวรวมถึงประกาศนี้ในระยะเวลาตามที่เหมาะสม

        9. ความรับผิดชอบของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล

           บริษัทได้กำหนดให้เจ้าหน้าที่เฉพาะผู้ที่มีอำนาจหน้าที่เกี่ยวข้องในการจัดเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของกิจกรรมการประมวลผลนี้เท่านั้นที่จะสามารถเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลของท่านได้ โดยบริษัทจะดำเนินการให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติตามประกาศนี้อย่างเคร่งครัด

      10. การเปลี่ยนแปลงแก้ไขคำประกาศเกี่ยวกับความเป็นส่วนตัว

           ในการปรับปรุงหรือเปลี่ยนแปลงประกาศนี้ บริษัทอาจพิจารณาแก้ไขเปลี่ยนแปลงตามที่เห็นสมควร และจะทำการแจ้งให้ท่านทราบผ่านช่องทาง เช่น ติดไว้ที่ประตูทางเข้า-ออก หรือโต๊ะประชาสัมพันธ์ เว็บไซต์ บอร์ดประชาสัมพันธ์ เป็นต้น

           การเข้ามาในพื้นที่ของท่าน ถือเป็นการรับทราบตามข้อตกลงในประกาศนี้ ทั้งนี้ โปรดระงับการเข้าพื้นที่ หากท่านไม่เห็นด้วยกับข้อตกลงในประกาศฉบับนี้ หากท่านยังคงเข้ามาในพื้นที่ต่อไปภายหลังจากที่ประกาศนี้มีการแก้ไขและนำขึ้นประกาศในช่องทางข้างต้นแล้ว จะถือว่าท่านได้รับทราบการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวแล้ว

       11. ช่องทางการติดต่อสอบถามหรือใช้สิทธิ

           หากเจ้าของข้อมูลต้องการทราบข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการจัดการข้อมูลส่วนบุคคลของบริษัท ตลอดจนมีข้อสงสัยหรือมีความประสงค์ขอใช้สิทธิเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน สามารถ ติดต่อบริษัทผ่านช่องทางดังนี้

           ชื่อบริษัท  : บริษัท มิตรสิบ ลิสซิ่ง จำกัด ( มหาชน )

           ที่อยู่ : 895-6  ถนนศรีนครินทร์ ตำบลสำโรงเหนือ อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรปราการ 10270

           เว็บไซต์ของบริษัท :  www.mitsibleasing.com

           อีเมล : ia@mitsibleasing.com

           เบอร์โทรศัพท์ : 02-7438787  กด1 ต่อ 922 , 923

  • แบบคำร้องขอใช้สิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล   ดาวน์โหลด
  • แบบฟอร์มคำร้องขอดูกล้อง CCTV                      ดาวน์โหลด